Tuesday Jun 18

จองที่พัก โรงแรม ทัวร์ ทั่วไทย

จองที่พัก หา Voucher ซื้อเครื่องประดับ

ค้นหาที่พัก จองที่พัก ราคาถูกสุด และมีข้อเสนอพิเศษ จองกับ booking เข้าพักก่อนค่อยชำระเงิน ยืนยันผ่านบัตรเครดิต

ค้นหาโรงแรม

วันที่เช็คอิน

calendar

วันที่เช็คเอาท์

calendar
   ตัวอย่าง ภาพสถานที่ท่องเที่ยว และ ที่พัก ราคาพิเศษ   

ท่องโลกกว้างในประเทศจีน “ปักกิ่ง”

                                                    

 

วันแรก      :      เวลาที่ปักกิ่งจะเร็วกว่าที่ประเทศไทยประมาณ 1 ชั่วโมง ถึงสนามบินปักกิ่งโดยประมาณ 7 โมงเช้า สนามบินที่นี่ใหญ่กว่าสนามบินสุวรรณภูมิ ดูคนไม่มากเท่าไหร่คงมีแต่เฉพาะกลุ่มทัวร์ของพวกเรา แต่ก็ต้องนั่งรถไฟฟ้าภายในสนามบินเพื่อไปลงอีกตึกสำหรับการผ่านจุดตรวจคนเข้าเมือง นอกจากจะมีไกด์คนไทยแล้ว ก็ยังมีไกด์ท้องถิ่นนำเที่ยวคู่กับไกด์จากไทยด้วยเพราะคนในท้องถิ่นจะอธิบายถึงประวัติศาสตร์และความเป็นมาได้ดีกว่า ไกด์จากจีน ชื่อ อาเหวิน เป็นชาวจีนเชื้อสายแมนจู แต่พูดภาษาไทยได้ดีทีเดียว แม้ว่ามีบางคำจะพูดไทยไม่ค่อยชัดเจนบ้างก็ตาม หลังจากกินมื้อเช้าเรียบร้อยแล้ว โปรแกรมเที่ยววันนี้ คือ พระราชวังต้องห้าม เคยดูหนังเมื่อนานมาก ๆ แล้วเรื่อง “The Last Emperor” ก็จะมีฉากที่ได้เข้าไปถ่ายทำกันที่นี่ด้วย เป็นสถานที่ ๆ น่าจะไปเที่ยวไปดูประวัติศาสตร์ของจีนในอดีตที่มีการปกครองจากกษัตริย์ในหลายยุคหลายสมัยด้วยกัน เคยได้ชมสารคดีเกี่ยวกับพระราชวังต้องห้าม   และพอได้มาเห็นด้วยตาของตัวเองจริง  ๆ บอกได้เลยว่ามันยิ่งใหญ่มโหฬารและอลังการงานสร้างมาก ๆ แค่ยืนตรงประตูทางเข้ารู้สึกได้เลยว่าตัวเองเล็กเท่ามดไปเลย ประตูสูงและใหญ่  กำแพงก็สูงและหนามาก สมกับเป็นพระราชวังต้องห้ามจริง ๆ เพราะ ว่าในอดีตห้ามสามัญชนเข้าไปและมีเฉพาะขุนนางบางคนเท่านั้นที่สามารถเข้าไปในวังนี้ได้ 

             

พระราชวังนี้ใช้เวลาสร้าง 14 ปี ในสมัยจักรพรรดิหย่งเล่อ จักรพรรดิลำดับที่ 5 แห่งราชวงศ์หมิง  ซึ่งมีเนื้อที่ 720,000 ตารางเมตร มีห้อง 9,999 ห้อง มีตำหนัก 800 องค์ พระที่นั่ง 750 และหอบูชาหลายหอ ศาลา หอพระสมุด รวมห้องหับอีกมากมาก มีสวน ลานกว้าง และทางเดินเชื่อมโยงถึงกันโดยตลอด มีคูและกำแพงที่สูงถึง 11 เมตร ล้อมรอบ สวยและยิ่งใหญ่จริง ๆ เสียดายที่มีเวลาในการเดินดูห้องหับต่าง ๆ  และชมความสวยงามในเวลาที่จำกัด ก็เนื่องมาจากพื้นที่ ๆ กว้างใหญ่จริง ๆ เดินกันทั้งวันไมู่รู้ว่าจะชมความงามได้ทั้งหมดหรือไม่เพราะเป็นวังที่ยิ่งใหญ่และสวยงามมาก ๆ  พอเดินชมจากปากประตูทางเข้าถึงปากประตูทางออกแล้วไกด์ก็พาพวกเราไปชมจัตุรัสเทียนอันเหมิน มายืนตรงจัตุรัสเทียนอันเหมินจะมีรูปของประธานาธิบดีเหมาเจ๋อตุง แสดงถึงสัญลักษณ์ของกรุงปักกิ่ง คำว่า เทียน แปลว่า ฟ้า   ‘อัน แปลว่า ผาสุก   ‘เหมิน แปลว่า ประตู ความหมายดีมาก จากความรุ่งเรืองไปสู่ความล่มสลายของราชวงศ์ในอดีต จนกระทั่งเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบคอมมิวนิสต์ ในสมัยพระนางซูสีไทเฮา

                                 

 

 วันแรกของการท่องเที่ยวไกด์ได้มีการปรับเปลี่ยนโปรแกรมนิดหน่อย วันนี้ลูกทัวร์ทุกคนเหนื่อยและเพลียกันมากพอสมควรจากการเดินทางและเที่ยวแล้ว ไกด์เลยกลับโรงแรมที่พักเร็วกว่ากำหนด โรงแรมที่มาพักเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาวแต่ไม่แขวนป้าย ว่าเป็นโรงแรม ที่พักดีมั๊กมาก ในห้องมีจอทีวีแอลซีดีขนาดมหึมา ห้องน้ำเริดหรูไม่มีที่ติเลย ควรจะใช้เวลาทุกนาทีให้คุ้มค่ากันหน่อย จึงเดินออกจากโรงแรมไปตามถนนหนทางไปเรื่อย ๆ คนจีนในเมืองปักกิ่งนิยมเลี้ยงสุนัขกันพอสมควรมีคนจูงให้มันเดินเล่นกันบนทางเท้าด้วย แต่ถ้าจะเลี้ยงสุนัข ทางรัฐบาลให้ผู้เลี้ยงรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ใครคิดจะเลี้ยงสุนัขก็มีแต่เสียตังค์อย่างเดียว  เดินเล่นไปแบบเพลิน ๆ ในเมืองคนนิยมขี่จักรยานกันเป็นส่วนมากถนนทุกสายจะมีเลนพิเศษสำหรับจักรยานด้วย น้ำมันแพงแบบนี้จักรยานช่วยได้แยะเลย แต่ถ้ามาปั่นที่กรุงเทพมีหวังโดนสิบล้อหรือรถเมล์เอาไปกินเสียก่อนแน่ ๆ รถจักรยานยนต์เค้าออกแบบได้กิ๋บเก๋จังมีตัวถังปิดเป็นเหมือนรถเก๋งด้วยนะ แล้วก็ยังมีจักรยานสำหรับบรรทุกสิ่งของไว้ด้านหลังด้วย ปั่นกันจนน่องปูดแน่ ๆ ถ้าของมันหนักมั๊กมากอ่ะ แต่ก็ประหยัดพลังงานดีนะแถมได้ออกกำลังขาด้วย  รถราก็ติดพอ ๆ กะกรุงเทพฯเล้ย บ้านพี่เมืองน้องกันจริง ๆ พอหลังจากกินอาหารมื้อค่ำเสร็จ พอเข้าที่พักอาบน้ำก็หลับไปด้วยความเพลียเลย 

            

วันที่สอง      :         เช้าวันนี้ตามโปรแกรมคือ จะพาไปศูนย์วิจัยทางการแพทย์แผนโบราณ เค้าก็ให้เข้าไปนั่งฟังรายละเอียดแล้วจะมีคนมานวดเท้าและมีหมอแมะ มาวินิจฉัยว่าเราเป็นอะไร ความดัน หรือโลหิตจางเป็นต้น แล้วก็จะขายยาสมุนไพรที่เค้าอธิบายไปทั้งหมดแล้ว ถ้าใครไม่อยากจะซื้อเค้าก็ไม่ว่าอะไรนะ พอจบโปรแกรมที่นี่ก็ ไปชมพระราชวังฤดูร้อน หรือ เค้าเรียกกันว่า อุทยานอี้เหอหยวน เป็นสถานที่ที่โปรดปรานของพระนางซูสีไทเฮา เป็นสถานที่ที่สวยงามมากมีทะเลสาบกว้างใหญ่ มีบริการเช่าเรือถีบให้กับนักท่องเที่ยวด้วย สิ่งก่อสร้างภายในพระราชวังนี้งดงามตามแบบฉบับจีนมั๊กมาก ทั้งศาลาทางเดินหลังคาจะถูกวาดภาพเล่าเรื่องราวต่าง ๆ มากมาย แต่ในปัจจุบันนี้ได้กลายเป็นสวนสาธารณะให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้มาเข้าชมกันแล้ว                พอหลังจากมื้อเที่ยงกว่าจะได้กินก็เกือบบ่าย 2 โมงได้ มัวแต่ชมสถานที่ท่องเที่ยวกันเพลินไปหน่อยมั้งเนอะเลยได้กินกัน late หม่ำข้าวกันเสร็จแล้วไปเที่ยววัดลามะ เป็นวัดที่มีกลิ่นไอของชาวทิเบต เพราะเป็นการนับถือศาสนาพุทธนิกายทิเบตนั่นเอง เป็นวัดที่ฮ่องเต้เฉียนหลงสร้างให้กับองค์ชายสี่ (นึกถึงชายสี่บะหมี่เกี๊ยวอยากกินขึ้นมาทันที) สถานที่ก่อสร้างของจีนแต่ละที่ดูมันช่างยิ่งใหญ่มโหฬารเสียจริง ๆ วันนี้ตอนค่ำได้ดูกายกรรมปักกิ่งด้วย ยิมนาสติกนี่เอง แต่ที่จีนกีฬาด้านนี้เค้ามีชื่อเสียงทีเดียว คนแสดงกายกรรมโชว์ต้องผ่านการฝึกฝนกันมาเป็นอย่างดีเพราะถ้าพลาดก็อาจจะพิการได้ เก่งกันทุกคนเลย 

 

  

            

วันที่สาม   :     หลายคนคงเคยดูละครของจีนเรื่อง จิ๋นซีฮ่องเต้ จักรพรรดิองค์นี้ในอดีตได้สร้างประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมไว้เป็นอนุุสรณ์ให้คนรุ่นหลังอย่างพวกเราได้ศึกษากัน เช่น สุสานทหารฯ กำแพงเมืองจีน เป็นกำแพงอิฐที่ยาวที่สุดในโลกเลย ประมาณ 2400 กิโลเมตร และใช้เวลาการก่อสร้างถึง 10 ปี ทางขึ้นชันและสูงมากเลย ยังไม่เคยไปขึ้นภูกระดึงมาก่อนเห็นคนอื่น ๆ บอกว่าประมาณ ซำแฮ่กอะไรประมาณนั้นเลย ก็เล่นเอาหอบและเหนื่อยเหมือนกันนะเนี่ย แต่ขึ้นไปถึงด้านบนแล้ววิวสวยดี ดูเหมือนมังกรกำลังเลื้อยพาดไปตามสันเขา กำแพงหนามาก ๆ น่าทึ่งจังเลย คงใช้แรงงานคนในอดีตมากมายและผู้คนคงล้มตายไปมากมายด้วย   ก็สงสารคนจีนในอดีตที่ถูกเกณฑ์มาสร้างกำแพงจัง แล้วจากนั้นก็ไปดูพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งซึ่ง ไกด์บอกว่าต้องจ่ายเงินค่าถ่ายรูป ประมาณคนละ 10 หยวน ถึงจะสามารถถ่ายรูปได้แต่ว่าก็เห็นมีบางคนที่ไม่ได้จ่ายเงินก็ยังสามารถถ่ายรูปกันได้นี่น่า เป็นการบอกเล่าเรื่องราวของกษัตริย์ในแต่ละยุคแต่ละสมัย ก็ฟังอาเหวินอธิบายไป มีกษัตริย์อยู่องค์หนึ่งที่ไม่สนใจปกครองบ้านเมือง แต่สนใจทำงานไม้โดยให้ขันทีเป็นคนมีอำนาจในการตัดสินใจทุกอย่างด้วย   ค่ำนี้ได้มาเดินในเมืองปักกิ่งยามราตรีด้วยจะเปรียบไปก็คงเหมือนเซ็นทรัลเวิลบ้านเราอะไรประมาณนั้น เป็นถนนคนเดินจริง ๆ เมืองปักกิ่ง ใหญ่กว่ากรุงเทพฯ ตั้ง 20 เท่า ที่เห็นจะมีแต่คอนโดทรงสูงเสียดฟ้าและใหญ่เป็นกำแพงเมืองจีนเลย ประชากรในปักกิ่งคงล้นหลามน่าดู ตอนที่ไปจะเห็นเป็นเหมือนหมอก ๆ และตอนที่ถ่ายภาพมาแล้วดูเหมือนมีหมอก ๆ ติดมาด้วย แต่มันไม่ใช่หมอก มันเป็นควันจากโรงงานอุตสาหกรรมของจีน และยังมีฝุ่นละอองจากทะเลทรายโกบีของมองโกเลียพัดมา  ปีนี้จีนเป็นเจ้าภาพจัดงานโอลิมปิกด้วย ซึ่งข่าวบอกว่าจีนกำลังหาทางกำจัดฝุ่นและควันเหล่านี้อยู่และมั่นใจว่าจะทันโอลิมปิกนะ  ดู ๆ แล้วไม่น่าจะทันเลยนะ สำหรับห้องน้ำคอนเฟริมว่าดีไม่ถึงกับเข้าไม่ได้เพราะว่าอยู่ในเมือง แต่ถ้าไปเมืองอื่นก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสภาพห้องน้ำจะเป็นยังไง  

 

             

วันที่สี่             วันนี้ต้องตื่นเช้าเป็นพิเศษเพราะเป็นวันจันทร์ อาเหวินบอกว่า รถจะติดมาก ๆ ในเมืองปักกิ่ง วันนี้ไปชมหอฟ้าเทียนถาน เป็นสถานที่ไว้สำหรับบวงสรวงเทพยดาฟ้าดินของกษัตริย์ในยุคสมัยต่าง ๆ เป็นสถาปัตยกรรมจีนที่สวยงามอีกเช่นกัน สถานที่ก่อสร้างแต่ละอย่างของจีนมันอลังการและยิ่งใหญ่มั๊กมากเลย เราก็กลายเป็นคนแคระไปเลยและเดินผ่านไปตามสวนสาธารณะจะเห็นผู้คนมากมายมาทำกิจกรรมกันเยอะมาก คนสูงอายุมานั่งเล่นไพ่ เล่นดนตรี ร้องเพลง เต้นรำบ้าง น่ารักดีจัง  วันนี้คงต้องกลับกรุงเทพฯกันแล้ว ตอนบ่ายก็ไปตลาดรัสเซียมี 2 แห่ง ก็เหมือนประตูน้ำบ้านเราถอดแบบกันมาเล้ยยย พ่อค้าแม่ค้าจะบอกราคาในครั้งแรกโอเว่อร์ไว้ก่อนพอเราไม่ต่อหรือเดินหนีก็จะมากันไว้และถามเป็นภาษาไทยแบบไม่ชัดว่า เถ้าหร่ายอ่ะ เถ้าหร่าย แถมยังมีการฉุด รั้ง นักท่องเที่ยวอีกด้วย คือ ตลก และขำ ๆ มากกว่านะ ดูเหมือนโหดนะแต่ไม่ใช่คนเค้าจะทำมาหากินอ่ะ แต่ก็ควรระมัดระวังหน่อยก็ดี แต่แล้วก็เจออยู่ 2 ร้านที่ พ่อค้าแม่ค้าใจดีน่ารักเหมือนกันทั้งคู่ พอต่อของเค้าก็จะหัวเราะขำ ๆ และบอกว่าของมันถูกแล้ว เป็นภาษาจีนที่พอเดา ๆ ได้ฟังไม่รู้เรื่อง เดินชมของได้พอสมควรไกด์นัดกินข้าวกัน ตอน 5 โมง กินกันเสร็จก็ได้เวลาไปสนามบินเพื่อกลับกรุงเทพฯ แล้ว                                                                                                                                

                                      

ถ้าดูจากแผนที่โลกจะเห็นว่าประเทศจีนแค่ประเทศเดียวก็กินพื้นที่ไปทั่วทั้งทวีปเอเชีย ยุโรป และรัสเซียเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมในประเทศเดียวและยังคงมีเรื่องราวมากมายให้ได้ไปเที่ยวและศึกษาประวัติศาสตร์กัน และภูมิปัญญาในอดีตทั้งการผลิตกระดาษ ยารักษาโรคสมุนไพรการฝังเข็ม รวมทั้งศาสตร์ในแขนงอื่น ๆ ก็ล้วนมาจากจีนเป็นต้นกำเนิด  ถ้ามีโอกาสในครั้งต่อไปคงจะได้ไปท่องแดนมังกรในเมืองอื่นของประเทศนี้อีกซึ่งยังคงมีเรื่องราวประวัติศาสตร์อันยาวนานที่น่าสนใจให้ได้ติดตามและค้นหากันอีกมากมาย

 

 

                              ภาพและเรื่อง : ท่องโลกกว้าง  

Keyword : Trip And Hotel
..................................................................................................................
.................................... ....................................
จองโรงแรมกรุงเทพฯ จองโรงแรมเชียงใหม่ จองโรงแรมเชียงราย จองโรงแรมปาย/แม่ฮ่องสอน จองโรงแรมหัวหิน จองโรงแรมปราณบุรี ประจวบคีรีขันธ์  จองโรงแรมชะอำ จองโรงแรมกาญจนบุรี 
จองโรงแรมเขาใหญ่ นครราชสีมา จองโรงแรมพัทยา  จองโรงแรมเกาะช้าง จองโรงแรมเกาะเสม็ด จองโรงแรมเกาะลันตา จองโรงแรมเกาะหมาก จองโรงแรมเกาะพงัน จองโรงแรมเกาะเต่า
จองโรงแรมภูเก็ต จองโรงแรมเขาหลัก/พังงา จองโรงแรมเกาะกูด จองโรงแรมเกาะหลีเป๊ะ  จองโรงแรมเกาะไหง/ตรัง   จองโรงแรมเกาะพีพี จองโรงแรมเกาะสมุย จองโรงแรมกระบี่
จองที่พักกรุงเทพฯ
  
จองที่พักเชียงใหม่ จองที่พักเชียงราย จองที่พักปาย/แม่ฮ่องสอน จองที่พักหัวหิน จองที่พักปราณบุรี ประจวบคีรีขันธ์  จองที่พักชะอำ จองที่พักกาญจนบุรี  
จองที่พักเขาใหญ่ นครราชสีมา
 จองที่พักพัทยา จองที่พักเกาะช้าง จองที่พักเกาะเสม็ด จองที่พักเกาะลันตา จองที่พักเกาะหมากจองที่พักเกาะพงัน จองที่พักเกาะเต่า จองที่พักภูเก็ต
จองที่พักเขาหลัก
/พังงา
จองที่พักเกาะกูด จองที่พักเกาะหลีเป๊ะ จองที่พักเกาะไหง/ตรัง   จองที่พักเกาะพีพี จองที่พักเกาะสมุย จองที่พักกระบี่ จองที่พัก Google